top of page

ท่อ PPR คือ? ใช้งานยังไงบ้าง [ข้อมูลสำหรับคนไม่รู้อะไรเลย]

หากคุณอยู่ดีๆต้องจัดซื้อท่อน้ำเพื่อระบบประปาในอาคารหรือในบ้าน คุณก็อาจจะต้องผ่านตาคำว่า ท่อPPR (ท่อพีพีอาร์) มาบ้างไม่มากก็น้อย แต่ท่อPPR คืออะไรกันนะ

 

ไม่น่าแปลกใจอะไรที่หลายคนจะไม่รู้จักท่อ PPR เพราะท่อPPR เป็นผลิตภัณฑ์ด้านการประปา-การก่อสร้างที่เพิ่งมีมาไม่นาน หากเทียบกับสินค้าที่คนไทยรู้จักดีและใช้กันมาหลายสิบปีอย่างท่อPVC หรือท่อสีฟ้าแล้ว คำถามว่า ท่อPPR คืออะไร ก็เป็นสิ่งที่คนค้นหากันมาก

 

แต่ท่อ PPR คืออะไรกัน มีหน้าตาแบบไหน ใช้ทำอะไร แล้วทำไมเราถึงต้องสนใจเรื่องท่อPPR ตัวนี้ด้วย ในบทความนี้เราจะมาตอบคำถามกันครับ

่ท่อPPR ท่อพีพีอาร์ ท่อน้ำ ท่อน้ำอุ่น ท่อน้ำร้อน - ท่อPPR คืออะไร

ท่อ PPR คือ [ข้อมูลสำหรับคนไม่รู้อะไรเลย]

​

ท่อ PPR (ย่อจาก Polypropylene) คือท่อสำหรับงานระบบท่อน้ำประปา ท่อน้ำร้อน เป็นท่อที่ถูกพัฒนาขึ้นมาด้วยมาตรฐานใหม่ มีคุณสมบัติดีกว่าตัวเลือกอย่างท่อPVC ทนความร้อนได้ดีกว่า และ สามารถเชื่อมกับข้อต่อด้วยความร้อนได้เพื่อลดปัญหาการรั่วซึม

 

ในประเทศไทย คนอาจจะเรียกท่อ PPR ว่าท่อสีเขียว โดยที่คนส่วนมากมักจะใช้ท่อ PPR เพื่อเดินน้ำร้อนและน้ำอุ่นในอาคาร โดยที่ท่อ PPR จะมีขายอยู่สองรูปแบบก็คือท่อ PPR แบบ PN10 และ PN20 ซึ่งตัวPN ก็คือตัวบอกว่าท่อสามารถรับแรงดันน้ำได้เท่าไรนั่นเอง 

 

ท่อPPR PN10 = รับความดันได้ 10 บาร์ และเหมาะกับน้ำอุ่นน้ำเย็น

ท่อPPR PN20 = รับความดันได้ 20 บาร์ และเหมาะกับน้ำร้อน

 

เมื่อหลายสิบปีที่แล้วก่อนที่พลาสติกจะมีการใช้งานอย่างแพร่หลาย คนไทยใช้ ‘ท่อเหล็ก’ เป็นท่อประปา ซึ่งท่อเหล็กก็ดีตรงที่มีความทนทานมากกว่าท่อพลาสติก แต่ท่อเหล็กก็มีราคาแพง สามารถขึ้นสนิม และมีน้ำหนักเยอะทำให้ขนส่งและติดตั้งยาก ซึ่งก็เลยทำให้ท่อPVC กลายเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ถูกกว่า และเหมาะสมกับการใช้งานมากกว่า

 

แต่พลาสติกพีวีซีก็ไม่เหมาะสำหรับการใช้งานความร้อนสูง แบบระบบน้ำอุ่นน้ำร้อน ทำให้ช่างประปาก็ยังต้องใช้ท่อเหล็กสำหรับน้ำร้อนอยู่ดี จนกระทั้งภายหลังทั่วโลกได้มีการสร้างท่อPPR ขึ้นมาเพื่อใช้ทดแทนท่อเหล็กสำหรับงานน้ำร้อนน้ำอุ่น

่ท่อPPR ท่อพีพีอาร์ ท่อน้ำ ท่อน้ำอุ่น ท่อน้ำร้อน - ท่อPPR PN10 PN20

4 คุณสมบัติของท่อ PPR ที่คุณต้องรู้

​

คุณสมบัติของท่อ PPR ได้แก่เนื้อพลาสติกที่เชื่อมด้วยความร้อนเพื่อกันน้ำรั่วซึม ความทนทานต่อการใช้ในระบบน้ำร้อน ทนแรงดันน้ำได้สูง มีอายุการใช้งานนานถึง 50 ปี และสามารถใช้รวมกับท่อประปาชนิดอื่นได้

 

ท่อPPR เป็นท่อที่มีคุณสมบัติเฉพาะทางอยู่หลายอย่างทำให้เหมาะกับการเดินระบบท่อประปาในอาคาร อย่างไรก็ตาม ‘ความเฉพาะทาง’ นี้ก็ทำให้ท่อPPR มีราคาที่ถือว่าแพงมากถ้าเทียบกับท่อประปาทั่วไป ถ้าให้ใช้งานแทนท่อประปาธรรมดาไปเลยก็คงไม่คุ้มเท่าไร เพราะฉะนั้นคนส่วนมากก็เลยเลือกใช้งานท่อPPR เฉพาะเวลาที่ ‘จำเป็นต้องใช้’ เท่านั้น เรามาดูกันว่า ‘คุณสมบัติของท่อPPR’ ที่ทำให้ท่อPPR โดดเด่นเทียบกับท่อแบบอื่นคืออะไรบ้าง

 

การผสานท่อกับข้อต่อเนื้อเดียว - ปกติแล้วท่อประปาอย่างท่อพีวีซีต้องใช้กาวต่อกับอุปกรณ์ข้อต่อต่างๆ เวลามีแรงดันน้ำเยอะๆหรือถ้าติดกาวไม่แน่นพอก็จะเกิดการหลุดการรั่วได้ จุดเด่นหลักของท่อ PPR ก็คือการที่ท่อ PPR เชื่อมกับอุปกรณ์ต่างๆด้วยการหลอมผสานผ่านเครื่องเชื่อมท่อแบบพิเศษ การหลอมแบบนี้ทำให้ท่อและอุปกรณ์ผสานเป็นเนื้อเดียวกันทำให้ปัญหาท่อหลุด น้ำซึม น้ำรั่ว มีน้อยลง

 

ระบบน้ำร้อน 95 องศา - ท่อประปาอย่างท่อพีวีซีไม่สามารถทนความร้อนได้ดี และท่ออย่างท่อเหล็กก็เป็นวัสดุก่อสร้างสมัยเก่าที่หนักและเกิดสนิมได้ง่าย ท่อPPR เป็นตัวเลือกแบบใหม่สำหรับคนที่อยากติดตั้งระบบน้ำอุ่นน้ำร้อนในอาคาร ท่อPPR PN10 มีไว้สำหรับน้ำอุ่น และ PN20 คือสำหรับน้ำร้อน เราควรเลือกท่อให้เหมาะกับการใช้งาน หากเลือกสเปคท่อสูงเกินไป ค่าใช้จ่ายของโครงการก็จะแพงเกินใชเหตุ

 

ความทนทานที่เหนือกว่า PVC - ข้อเสียของท่อประปาอย่างท่อPVC ก็คือความเปราะ หมายความว่าถ้าเรากระแทกจากภายนอก หรือมีน้ำที่ไหลแรงกว่าที่ท่อรับได้ ท่อก็จะแตก ท่อPPR ถูกผลิตด้วยวัสดุที่มีความเหนียวและยืดหยุ่นมากกว่า ทำให้สามารถรับแรงดันภายในและภายนอกได้ดี ยกตัวอย่างเช่น ท่อประปาที่ฝังถนนฝังดิน ถ้าถนนหรือดินมีรถวิ่งบ่อยๆหรือต้องรับน้ำหนักจากด้านบนเยอะๆ ท่อที่ไม่ทนทานก็สามารถเปราะแตกได้...และที่สำคัญก็คือจุดพวกนี้ซ่อมแซมยากมากเพราะเราต้องขุดดินขึ้นมาซ่อม

 

ทนแรงดัน 10 และ 20 บาร์ - ท่อPVC สามารถทนแรงดันน้ำได้มากสุดแค่ 13.5 บาร์เท่านั้น หมายความว่าคนออกแบบระบบท่อบางครั้งก็ต้องจัดท่อให้อยู่ 45 หรือ 90 องศาเพื่อลดแรงดันน้ำให้น้อยลง การเล่นกับความดันทำให้ผู้ออกแบบต้องต่อท่อยาวขึ้น ท่อต่อคดเคี้ยว เพื่อลดแรงดันน้ำกันท่อแตก แต่สำหรับท่อPPR ปัญหานี้ก็จะลดน้อยลงไปเยอะเพราะท่อPPR สามารถทนแรงดันได้มากกว่า

 

นอกจากนั้นแล้ว คุณสมบัติอื่นๆของท่อPPR ก็เหมือนกับคุณสมบัติท่อประปาตัวอื่นทั่วไป เช่นทนแดดทนฝน ไม่มีสารเคมีทำให้ลำเลียงน้ำได้ดี มีความทนทานอายุการใช้งานสูง 50 ปี ผิวเรียบเหมาะกับการลำเลียงน้ำ และมีความเป็นฉนวนกันไฟฟ้าครับ

การผสานท่อกับข้อต่อเนื้อเดียว PPR

ข้อดีของท่อ PPR ที่ทำให้แตกต่างจากท่ออื่นๆ

 

หลักจากที่เราเรียนรู้เรื่องคุณสมบัติของท่อ PPRแล้ว เรามาดูกันว่าคุณสมบัติเหล่านี้กลายเป็นข้อดีสำหรับการใช้งานยังไงได้บ้าง

 

การซ่อมแซม - ส่วนมากแล้วผู้ผลิตท่อPVC จะไม่แนะนำให้ ‘อุดรู’ ท่อ เวลาท่อรั่วเพราะตัวเนื้อวัสดุPVC นั้นไม่เอื้ออำนวยสำหรับการใช้งานซ่อมแซมแบบนี้เท่าไร แต่สำหรับท่อPPR นั้น ผู้ผลิตระบุไว้เลยว่าสามารถซ่อมแซมอุดรูรั่วได้ด้วยการใช้ ‘แท่งซ่อมอุดรูรั่ว’ หากเราทำตามที่ผู้ผลิตแนะนำ ถ้าท่อPVC รั่วเราก็ต้องรื้อผนัง ขุดดินลงท่อใหม่เลย (ค่ารื้อแพงกว่าค่าท่ออีก) แต่สำหรับท่อPPR เราก็สามารถลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้

 

ราคาที่ดีกว่าท่อเหล็ก - ท่อเหล็กสำหรับงานประปาเรียกว่าท่อ Galvanized เป็นท่อเหล็กพิเศษที่เนื้อด้านในถูกผลิตมาให้ไม่เกิดสนิม ไม่ทำปฏิกิริยาเคมีกับน้ำประปา แต่ท่อเหล็กก็มีราคาแพง หาซื้อยาก ขนส่งยาก ถ้าเทียบกับท่อ PPR แล้วราคาท่อPPR ดีกว่าท่อเหล็กเยอะ ท่อเหล็ก 6 เมตร ขนาด ½” ราคา 570 บาท ส่วนท่อPPR 4เมตร ½” PN20 ราคาตั้งแค่ 220 บาทเอง หากเทียบราคาต่อเมตรแล้วPPR ราคาดีกว่ากันถึงครึ่งนึง (55 บาท เทียบกับ 95 บาท)

 

การใช้งานกับท่อชนิดอื่น - ท่อPPR สามารถต่อเข้ากับท่อPVCได้ ซึ่งก็หมายความว่าสุขภัณฑ์ต่างๆที่ใช้ในบ้านนั้นสามารถใช้กับท่อ PPR ได้เช่นกัน ปัญหาของวัสดุก่อสร้างวัสดุประปาบางชนิดก็คือผู้ผลิตชอบ ‘มัดมือชก’ บังคับให้ใช้กับสินค้าที่ตัวเองผลิตเท่านั้น (คิดภาพว่าคนใช้ Apple Watch ก็ต้องใช้ iPhone...แต่เป็นกับก๊อกน้ำเป็นต้น) แต่ท่อPPR ถูกผลิตมาในมาตรฐานที่สามารถใช้งานได้กับท่อและสุขภัณฑ์ต่างๆตราบใดที่ผู้ติดตั้งรู้วิธีติดอย่างถูกต้อง


ข้อต่อและอุปกรณ์ PPR แบบใหม่ - ท่อPPR แตกต่างจากท่อประปาแบบอื่นตรงที่ ‘อุปกรณ์ท่อPPRง มีรูปลักษณ์โดดเด่นเพราะไม่ได้ถูกจำกัดด้วยความแข็งทื่อของวัสดุ ท่อPVC ทั่วไปก็จะมีอุปกรณ์ข้อต่อแค่ต่อตรง สองทาง ต่อโค้ง สามทาง สี่ทาง แต่สำหรับท่อ PPR นั้น เราจะมีอุปกรณ์เช่น ‘ท่อครอส’ (Cross Pipe) ที่ทำให้เราสามารถวางท่อทับกันได้ทำให้คนออกแบบระบบมีข้อจำกัดน้อยลงและบางครั้งก็สามารถลดค่าใช้จ่ายระบบท่อเราได้ด้วยตรงที่เราไม่ต้องลากท่ออ้อมไปอ้อมมา

ท่อPPR ครอส PPR Cross Pipe.jpg

การใช้งานท่อ PPR ที่คุณต้องรู้ก่อนออกแบบ

​

ท่อPPR เป็นท่อที่มีราคาแพงเพราะฉะนั้นถ้าเราซื้อมาใช้สุ่มสี่สุ่มห้าโดยไม่รู้วิธีการใช้งาน เราก็อาจจะ ‘เสียเงินฟรี’ จดเกิดอาการเกินงบได้ ผู้ผลิตท่อPPR ส่วนมากบอกว่าเราสามารถใช้ท่อPPR เพื่อการประปาทั่วไปได้ แต่ถ้าจะให้พูดตามตรงระบบน้ำPPR สำหรับประปาทั่วไป ‘แพงไม่คุ้มราคา’ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในระบบประปา ช่างประปา ผู้รับเหมา และเจ้าของโครงการส่วนมากเลือกที่จะใช้ท่อPPR แค่น้ำร้อนน้ำอุ่นเท่านั้น

 

เปรียบเทียบดูง่ายๆท่อพีวีซีชั้น 13.5 มีราคาตั้ง 53 บาท ส่วนท่อPPR ขายกันอยู่ 220 บาท ราคาต่างกัน 4 เท่าตัว! (แต่ก็ยังถูกกว่าท่อเหล็กทั้งสองอย่าง) เรียกว่าถ้ากรณีไหนเราใช้ท่อพีวีซีได้เราก็ใช้ท่อพีวีซี ส่วนกรณีไหนที่เกินสเปคท่อพีวีซี เราค่อยหันมาใช้ท่อ PPR แทน เอาเป็นว่าถ้าเราเข้าใจว่าทำไมเราต้องสนใจเรื่องการเลือกใช้ท่อ เรามาดูวิธีการใช้งานของท่อPPR กันดีกว่า

 

ต้องใช้เครื่องเชื่อมท่อ - ท่อPPR จะต่างกับท่อตัวอื่นตรงที่เราต้องใช้เครื่องเชื่อมในการหลอมเนื้อท่อและข้อต่อเข้าด้วยกัน เครื่องทั่วไปที่คนใช้กันจะมีราคาตั้งแต่หลายพันไปถึงเกือบหมื่นบาทเลย หากคุณเป็นช่างประปา ช่างระบบ หรือผู้รับเหมา การซื้อเครื่องเชื่อมเก็บไว้ก็คงไม่เสียหายอะไรแต่สำหรับผู้ใช้ทั่วไปเครื่องเชื่อมท่อก็ถือว่าแพงพอสมควร

 

การที่ท่อต้องถูกเชื่อมกับอุปกรณ์มีข้อดีก็คือโอกาสที่น้ำจะรั่วมีน้อย อย่างไรก็ตามผู้ผลิตส่วนมากก็แนะนำให้ใช้ท่อและอุปกรณ์จากผู้ผลิตคนเดียวกันเพื่อลดปัญหาการ ‘เนื้อวัสดุ’ ที่ไม่สามารถเชื่อมเข้าด้วยกันได้ เพราะฉะนั้นหากเป็นไปได้เราก็ควรเลือกท่อที่มีคุณภาพดี มีความไว้ใจได้ เผื่อเวลาเราต้องเปลี่ยน ต้องซ่อมแซมจะได้ไม่เป็นปัญหามาก (จริงๆ ผู้ผลิตท่อพีวีซีก็แนะนำแบบนี้แต่เนื่องจากสินค้าพีวีซีใช้กาวละลายผิว การใช้งานเลยง่ายกว่ากันมาก)

 

ระยะเวลาในการหลอมท่อ - การเชื่อมผสานท่อกับข้อต่อเนื้อเดียวนั้นใช้เวลาไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับขนาดท่อและชนิดของท่อ ท่อPPR ส่วนมากในตลาดไทยจะมีตัวเลขเช่น 5 หรือ 7 เพื่อบอกว่าเราต้องเชื่อมนานแค่ไหนเนื้อถึงจะผสานเข้าด้วยกันในระดับที่ได้มาตรฐาน (5 หรือ 7 วินาทีเป็นต้น) ถ้าเราใช้เวลาน้อยไปท่อก็จะผลานกันได้ไม่ดี ส่วนถ้าเราใช้เวลามากไป ท่อก็จะไหม้ ส่วนนี้เราต้องระวังไว้ให้ดีเลย

 

เหมาะกับการใช้งานน้ำร้อนมาก - ถ้าเป็นการใช้งานเพื่อระบบน้ำอุ่นน้ำร้อนในบ้าน ท่อPPR เป็นท่อที่เหมาะสมมากที่สุดแล้ว เราสามารถเลือกท่อได้จากคาดสีน้ำเงินและคาดสีแดง โดยที่ท่อคาดสีแดงจะเป็นตัวบอกว่าท่อเหมาะกับความร้อน ซึ่งก็เป็นระบบการเตือนที่ดีเพราะถ้าเราตัดท่อไปมาและถ้าผ่านไปหลายปี บางทีคนเดินระบบก็อาจจะลืมได้ว่าท่อไหนเป็นน้ำร้อน น้ำอุ่น เรียกว่าตราบใดที่เราไม่ต้องการ ‘ความทนทานแบบเหล็ก’ (เช่น ท่ออาจโดนกระแทกเยอะเป็นต้น) งานน้ำร้อนน้ำอุ่นก็ต้องใช้ท่อPPR

 

แน่นอนว่าวิธีการใช้งานท่อPPR มีรายละเอียดมากกว่านี้เยอะ คุณต้องรู้ว่าเครื่องเชื่อมท่อใช้ยังไง ท่อต้องต่อกับระบบน้ำยังไง และอุปกรณ์ท่อPPR แต่ละอย่างมีอะไรบ้าง เป็นต้น แต่ผมมั่นใจว่าข้อมูลพื้นฐานส่วนนี้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มศึกษาเกี่ยวกับท่อPPR แล้ว หลักจากนั้นคุณค่อยปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ผู้จัดจำหน่ายสินค้า เพื่อหาวิธีการใช้งานท่อPPR ให้ถูกต้องอีกที

เครื่องเชื่อมท่อ PPR

ท่อ PPR จำเป็นไหม? 3 กรณีที่ท่อPPR จำเป็นต่อตึกและอาคารของคุณ

 

จากประสบการณ์ของผมและจากที่คุยกับผู้ผลิตผู้จัดจำหน่ายท่อPPR หลายเจ้า ถ้าการใช้งานของคุณเป็นไปตามสามกรณีด้านล่าง โอกาสที่คุณต้องใช้ท่อPPR ก็มีอยู่เยอะครับ

 

#1 ต้องใช้แรงดันน้ำสูงเกินกว่าท่อPVC - ท่อPPR ที่สเปคสูงที่สุดสามารถรับความดันได้มากกว่าท่อPVC สเปคสูงที่สุดถึง 50% (13.5บาร์เทียบกับ 20บาร์) โดยปกติแล้วระบบน้ำดีในบ้านต่อให้เราใช้ความดัน 13.5 ก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่สำหรับอาคารที่มีหลายชั้น การออกแบบระบบท่อเพื่อรองรับความชั้นความดันน้ำก็จะยากขึ้น หากคุณต้องทำอาคารหลายชั้นและมั่นใจว่าน้ำไหลแรงกว่าชั้นความดัน 13.5 ของท่อPVC ที่สเปคสูงที่สุด คุณก็ต้องเลือกใช้ท่อPPR แบบ PN20 เท่านั้นครับ 

 

#2 ต้องใช้ท่อที่ทนอุณหภูมิระหว่าง 50-90 เซลเซียส - ท่อน้ำประปาอย่างท่อPVC ถูกสร้างมาเพื่อลำเลียงน้ำประปา น้ำบาดาล น้ำทิ้ง น้ำโสโครก หากเราต้องการทำงานเกี่ยวกับน้ำร้อนน้ำอุ่น เช่นน้ำอุ่นในห้องอาบน้ำ เราก็ต้องหันมาดูท่ออย่างPPR แทน เพราะถ้าเราฝืนใช้ท่อPVC ความร้อนอาจจะทำให้คุณสมบัติของท่อPVC แย่ลงได้ ให้ลองดูว่าระบบน้ำร้อนน้ำอุ่นมีอุณหภูมิใช้งานและอุณหภูมิสูงสุดเท่าไร ถ้าต่ำกว่า 50 องศาก็ใช้ PN10 และถ้าต่ำกว่า 90 องศาก็ PN20

 

#3 ไม่ต้องใช้ท่อที่แข็งแรงมากเหมือนท่อเหล็ก - กรณีสุดท้ายที่เราต้องดูว่าระบบน้ำเรา ‘ควรใช้ท่อPPRหรือเปล่า’ ก็คือส่วน ‘ความทนทานของท่อ’ หากคุณเป็นตึกอาคารทั่วไปผมคิดว่าส่วนนี้คงไม่ใช่ปัญหาอะไรเพราะแรงกดแรงดันจากภายนอกก็คงไม่เท่าไร (ท่อพีวีซีฝังเพดานฝังกำแพงใช้ 13.5 ส่วนPPR ใช้อะไรก็ได้) แต่ถ้าท่อเราต้องได้รับแรงกระแทกเยอะกว่าปกติ เราก็ต้องใช้ท่อเหล็กแทนท่อPPR

 

หากคุณไม่แน่ใจว่าระบบท่อต้องใช้PPR หรือเปล่า ผมแนะนำให้ลองปรึกษาช่างประปาระบบท่อPVC ดูก่อน หากช่างประปาท่อPVC บอกว่าใช้ท่อประปาPVC ได้ คุณก็ไม่ต้องใช้ท่อPPR หรอกเพราะค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก คุณอาจจะเลือกใช้ท่อPPR แค่เฉพาะจุดจริงๆ เช่นส่วนเครื่องทำน้ำร้อนในห้องอาบน้ำหรือส่วนที่ความดันสูงจริงๆสำหรับอาคารหลายชั้นเป็นต้น

ท่อ PPR จำเป็นไหม.jpg

ระบบน้ำที่เหมาะสมกับท่อ PPR

 

ผู้ผลิตท่อPPR แนะนำว่าท่อPPR สามารถใช้งานได้กับงานระบบน้ำระบบประปาหลากหลาย ซึ่งถ้าคุณดูจากคุณสมบัติการใช้งานผมก็เห็นด้วยมาก ในส่วนนี้เรามาดูกันว่าระบบน้ำที่เหมาะสมกับท่อPPR มีอะไรบ้าง

 

  • ระบบท่อประปา ท่อน้ำร้อน ท่อน้ำเย็นสำหรับที่พักอาศัย และสถานประกอบการ เช่น บ้านพักอาศัย โรงพยาบาล  โรงแรม อาคารสำนักงาน อาคารเรียน และอื่นๆอีกมากมาย

  • ระบบท่อน้ำเย็น สำหรับระบบปรับอากาศ ด้วยคุณสมบัติที่มีน้ำหนักเบา และไม่เกิดสนิมเหมือนท่อเหล็ก

  • ระบบขนส่งสารเคมีได้หลากหลายในโรงงานอุตสาหกรรม ระบบท่อน้ำสำหรับการผลิตในอุตสาหกรรมอาหาร  เคมีที่เป็นของเหลวและอื่นๆ

  • ระบบท่อสำหรับสระว่ายน้ำ

  • ระบบท่อสำหรับการเกษตรกรรม พืชสวน หรือพืชเรือนกระจก

  • ระบบท่อน้ำเพื่อการบริโภค ทั้งน้ำร้อนและเย็น  ภายในอาคาร

  • ระบบท่อน้ำเย็นสำหรับระบบปรับอากาศ

 

เราจะเห็นได้ว่าระบบน้ำด้านบน ถ้าเราจะเลือกใช้ท่อPPR เราก็คงใช้ได้ แต่ถ้าถามว่าจำเป็นต้องใช้ท่อPPR เท่านั้นเหรือเปล่า คำตอบก็คือ ‘อาจจะไม่คุ้ม’ แต่ถ้าคุณมีงบเยอะ อยากใช้ท่อสเปคสูงสำหรับทุกระบบประปาของคุณ ท่อPPR ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ไม่อย่างนั้น คุณก็สามารถประหยับงบได้ด้วยการเลือกท่อPPR ให้เหมาะกับงานที่ท่อประปาทั่วไปไม่สามารถทำได้เท่านั้น

ราคาท่อPPR คือเท่าไรบ้าง

 

ราคาท่อPPR จะต่างจากท่อPVC ตรงที่ ‘ไม่มีราคากลางตามอุตสาหกรรม’ หมายความว่าผู้ผลิตแต่ละโรงงานจะมีราคาไม่เท่ากัน ซึ่งก็ทำให้การจัดซื้อยุ่งยากพอสมควร ราคาด้านล่างเป็นราคาตั้ง (หรือราคาขายปลีก) ของ Thai PPR ที่น่าจะเป็นบริษัทขายท่อPPR ที่ใหญ่อันดับต้นๆของประเทศ (อีกหนึ่งบริษัทคือ SCG ผู้ผลิตท่อตราช้าง ตราเสือ) 

 

ตัวเลขข้างล่างผมแนะนำให้ศึกษาไว้เป็นฐานวัดเฉยๆ ถ้าคุณซื้อท่อแบบมีจำนวนคุณก็ควรจะจัดซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่า

 

ราคาท่อ PPR ขนาด 20มม.

ชั้นความดัน PN12.5 ราคา 140 บาท

ชั้นความดัน PN20 ราคา 216 บาท

​

ราคาท่อ PPR ขนาด 25มม.

ชั้นความดัน PN10 ราคา 184 บาท

ชั้นความดัน PN20 ราคา 332 บาท

​

ราคาท่อ PPR ขนาด 32มม.

ชั้นความดัน PN10 ราคา 304 บาท

ชั้นความดัน PN20 ราคา 536 บาท

​

ราคาท่อ PPR ขนาด 40มม.

ชั้นความดัน PN10 ราคา 452 บาท

ชั้นความดัน PN20 ราคา 836 บาท

​

ราคาท่อ PPR ขนาด 50มม.

ชั้นความดัน PN10 ราคา 720 บาท

ชั้นความดัน PN20 ราคา 1,300 บาท

​

ราคาท่อ PPR ขนาด 63มม.

ชั้นความดัน PN10 ราคา 1,148 บาท

ชั้นความดัน PN20 ราคา 2,044 บาท

​

ราคาท่อ PPR ขนาด 75มม.

ชั้นความดัน PN10 ราคา 1,608 บาท

ชั้นความดัน PN20 ราคา 2,532 บาท

​

ราคาท่อ PPR ขนาด 90มม.

ชั้นความดัน PN10 ราคา 2,248 บาท

ชั้นความดัน PN20 ราคา 3,508 บาท

​

ราคาท่อ PPR ขนาด 110มม.

ชั้นความดัน PN10 ราคา 3,336 บาท

ชั้นความดัน PN20 ราคา 4,996 บาท

​

ราคาท่อ PPR ขนาด 125มม.

ชั้นความดัน PN10 ราคา 5,268 บาท

​

ราคาท่อ PPR ขนาด 160มม.

ชั้นความดัน PN10 ราคา 9,800 บาท

 

ส่วนมากแล้ว ถ้าคุณใช้งานท่อPPR สำหรับน้ำอุ่นน้ำร้อนในอาคาร คุณก็คงไม่ได้ใช้ขนาดใหญ่เกินกว่า 2” หรอกครับ (สุขภัณฑ์ทั่วไปขนาด ½” และ ¾” เท่านั้น) เพราะฉะนั้นถ้าท่อPPRขนาดใหญ่ดูมีราคาแพงเกินกว่าที่คุณคาดฝันก็ไม่ต้องแปลกใจอะไร...คุณคงไม่ได้ใช้หรอกครับ

 

สุดท้ายแล้ว ท้ายนี้ ถ้าคุณต้องการ สอบถาม หรือ ขอคำแนะนำเรื่อง ราคา การใช้งาน ประโยชน์ หรือวิธีการเลือกท่อ PPR สำหรับคุณหรือโครงการของคุณก็สามารถติดต่อได้ที่เว็บไซท์นี้เลย

​

หากใครสนใจอยากศึกษาเพื่มเติมให้ดูได้ที่หน้า ราคาท่อPPR ของเราหรือทักเข้ามาได้ด้านล่างก็ได้ครับ

สนใจปรึกษาเรื่องราคาท่อPPR

เราให้คำปรึกษาเรื่องการใช้งาน การจัดซื้อ การทำใบเสนอราคา ฟรี!

(เวลาทำการ: 8:00AM – 5:00PM)

ปรึกษาเรื่องท่อทันที ติดต่อ

1 รามอินทรา 52/1 รามอินทรา 

คันนายาว กรุงเทพ 10230

info@vlineproduct.com  |  Tel: 086-310-8771

Line: @VLineProduct (มี @ ข้างหน้า)

AddLine.png

© 2020 by VLine Product Co., Ltd.

  • 300px-LINE_logo.svg
  • Facebook Social Icon
  • Instagram Social Icon
  • YouTube Social  Icon
bottom of page